นาทีชีวิต คิดถึงเรา : EVERY SECOND COUNT

th TH en EN km KM
×

แจ้งให้ทราบ

Current Item Layout Template is 'blog-1' does not exist
- Please correct this in the URL or in Content Type configuration.
- Using Template Layout: 'news'

โรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร หรือ GERD (Gastro esophageal Reflux Disease)

shutterstock 94181923 web

เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการสำคัญ ได้แก่ อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกและมีรสเปรี้ยวหรือมีรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก การไหลย้อนนี้ถ้าเป็นเรื้อรังอาจทำให้เกิดพยาธิสภาพในหลอดอาหารขึ้น ได้แก่ หลอดอาหารอักเสบ มีเลือดออกจากหลอดอาหาร และถ้าหลอดอาหารอักเสบเรื้อรังและรุนแรง อาจจะทำให้ปลายหลอดอาหารตีบและเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารได้ ถ้าการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารเป็นขั้นรุนแรง อาจกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในที่สุด

สาเหตุสำคัญของ GERD

โรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น

  • ความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร ที่ทำหน้าที่ป้องกันกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมีความดันของหูรูดต่ำ หรือเปิดบ่อยกว่าคนปกติ ความผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคหอบหืดบางตัว
  • ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานไหลลงช้า หรืออาการที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ
  • ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหารทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น อาหารประเภทไขมันสูงและช็อกดกแลตจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง
  • สาเหตุทางพันธุกรรมโรคนี้พบได้บ่อยในคนชาวตะวันตกขาวมากกว่าชาวตะวันตกผิวดำและคนเอเชีย

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหาร

อาการสำคัญ ได้แก่

  • ความรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ขึ้นมาที่หน้าอกและคอ อาการนี้เป็นมากหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก การโน้มตัวไปข้างหน้า การยกของหนักและนอนหงาย
  • การมีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก พบได้บ่อยในคนตะวันตก แต่ในคนไทยส่วนใหญ่อาการแสบร้อนที่บริเวณหน้าอกพบได้ไม่บ่อยหนักและไม่รุนแรงเท่าชาวตะวันตก ผู้ป่วยมักมีอาการเรอ และมีน้ำเปรี้ยวขึ้นมาในปาก
  • อาการอื่นๆ เช่น ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียนหลังรับประทานอาหาร เจ็บหน้าอก จุกคล้ายมีอะไรติดหรือขวางอยู่บริเวณคอ ต้องพยายามกระแอมออกบ่อยๆ อาการหืดหอบ ไอแห้งๆ เสียงแหบ เจ็บคอ อาการเหล่านี้เกิดจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิดกล่องเสียงอักเสบ

โรคนี้พบในเด็กได้หรือไม่

โรคนี้พบได้ตั้งแต่เด็กทารกจนถึงเด็กโต ในเด็กเล็กอาการที่ควรนึกถึงโรคนี้ ได้แก่ อาเจียนบ่อยหลังดูดนม โลหิตจาง น้ำหนักและการเจริญเติบโตไม่สมวัย  ไอเรื้อรัง หืดหอบในเวลากลางคืน ปอดอักเสบเรื้อรังในเด็กบางราย อาจมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ 

การวินิจฉัย

วินิจฉัยจากอาการสำคัญที่กล่าวแล้ว ผู้ป่วยที่มีอาการสำคัญชัดเจนสามารถให้การรักษาเบื้องต้นได้เลย ส่วนผู้ป่วยที่ไม่มีอาการสำคัญชัดเจน หรือมีอาการร่วมอื่น หรือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยพิเศษเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร การเอ็กซเรย์กลืนสารทึบแสง การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์  การตรวจการบีบตัวของหลอดอาหารและการตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร ซึ่งให้ผลไวในการวินิจฉัยโรคที่สุด

การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคนี้

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่มาก สามารถรักษาได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตดังต่อไปนี้

  • ระวังน้ำหนักตัวไม่ให้มาก หรืออ้วนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด อาหารไขมันสูง ช็อกโกแลต
  • หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และการสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อเย็นปริมาณมาก และไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูปหรือรัดเข้มขัดแน่นจนเกินไป
  • ควรรับประทานอาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง
  • หมุนหัวเตียงให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพยายามหลีกเลี่ยงความเครียด

เมื่อปฏิบัติตัวเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร

ปัจจุบันมียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคนี้ เช่น ยาเคลือบ กระเพาะอาหารรักษาแผล ได้แก่ Antacid ที่มีหลายชนิด ยากลุ่มนี้จะช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร และใช้ได้ผลในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการแสบหน้าอกเป็นครั้งคราว ยาลดการหลั่งกรด ที่สำคัญมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ได้แก่ H2 blockers ยากลุ่มนี้สามารถรักษาลดการหลั่งกรดได้บางส่วน และลดอาการได้ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นโรคไหลย้อน ยากลุ่มที่ 2 ได้แก่ proton pump inhibitors ยากลุ่มนี้สามารถลดกรดได้มากกว่า ยากลุ่มแรก และลดอาการแสบหน้าอกได้ผล 60-80 % ของผู้ป่วยและสามารถรักษาแผลหลอดอาหารอักเสบได้ผล 60-75 %

จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัดหรือไม่

การผ่าตัดแนะนำให้ผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาเป็นเวลานานแล้วไม่สามารถควบคุมอาการหรือหยุดยาได้ หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานยาเป็นเวลานานและมีผลข้างเคียงจากยา หรือผู้ป่วยอายุน้อยที่จำเป็นต้องรับประทานยาเป็นเวลานาน และผู้ป่วยที่มีผลแทรกซ้อนที่รุนแรงจากโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยเด็ก

7058 views